ตาดหมอก: ม่านน้ำตกแห่งผืนป่าเพชรบูรณ์

 

หากเอ่ยถึง จังหวัดเพชรบูรณ์ หลายคนมักจะนึกถึงทะเลหมอกอันกว้างไกลบนเขาค้อ หรือลมหนาวบนภูทับเบิก แต่ลึกเข้าไปในผืนป่าอุทยานแห่งชาติตาดหมอก

ยังมีอัญมณีเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบ นั่นคือ น้ำตกตาดหมอก ต้นกำเนิดของสายน้ำและม่านละอองน้ำอันอุดมสมบูรณ์ที่พร้อมจะเยียวยาจิตใจของผู้ที่รักในธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

 เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ตาดหมอก

คำว่า ตาด ในภาษาถิ่นหมายถึงหน้าผาหินอันเป็นทางไหลของน้ำ เมื่อมารวมกับคำว่า หมอก จึงกลายเป็นชื่อที่อธิบายภาพความงดงามของน้ำตกแห่งนี้ได้อย่างเห็นภาพที่สุด

น้ำตกตาดหมอกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสูงโดดเด่น มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียวที่ไหลผ่านหน้าผาหินแกรนิตสูงชันเกือบ 240 เมตร

 

เมื่อสายน้ำปริมาณมหาศาลทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาสูงชันปะทะเข้ากับโขดหินเบื้องล่าง แรงกระแทกนั้นทำให้สายน้ำแตกตัวกลายเป็นละอองน้ำละเอียดสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ปกคลุมรอบๆ

ตัวน้ำตกจนดูคล้ายกับมีสายหมอกลอยละล่องอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นฤดูใด ละอองน้ำเหล่านี้จะคอยมอบความชุ่มชื้นและเย็นสบายให้กับผืนป่าและผู้มาเยือนเสมอ

การเดินทางเข้าไปยังตัวน้ำตกตาดหมอก ถือเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวสายผจญภัย

และผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าเชิงอนุรักษ์ จากจุดจอดรถนักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าต่อเข้าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

 

ตลอดสองข้างทาง คุณจะได้สัมผัสกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาที่ยังคงความสมบูรณ์อย่างยิ่ง มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านคอยให้ร่มเงา เสียงนกร้องสลับกับเสียงจิ้งหรีดเรไร และกลิ่นดินกลิ่นป่าที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เส้นทางเดินไม่ได้ราบเรียบจนเกินไป

และไม่ลำบากจนเกินพยายาม มีสะพานไม้และโขดหินให้ได้ปีนป่ายเล็กน้อย เพิ่มความสนุกและตื่นเต้นให้กับการเดินทาง ก่อนที่เสียงซ่าของน้ำตกจะค่อยๆ ดังขึ้นเพื่อส่งสัญญาณว่าคุณใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมกราคม) จะเป็นช่วงที่น้ำตกมีความสวยงามที่สุด เพราะปริมาณน้ำกำลังพอดี ไม่ป่าหลากจนเกินไป และอากาศเริ่มเย็นสบาย

การเตรียมตัว: ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่มีดอกยางยึดเกาะได้ดี เนื่องจากหินบริเวณรอบน้ำตกค่อนข้างลื่นจากละอองน้ำที่เกาะอยู่ตลอดเวลา

การอนุรักษ์: อุทยานแห่งชาติตาดหมอกยังคงความบริสุทธิ์อยู่มาก นักท่องเที่ยวควรช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามกฎของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด

 

น้ำตกตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงไม่ใช่แค่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติธรรมดาๆ แต่เป็นเสมือนที่หลบภัยจากความวุ่นวายของโลกภายนอก

ให้เราได้เข้าไปนั่งฟังเสียงสายน้ำตกกระทบหิน สูดละอองน้ำบริสุทธิ์ให้เต็มปอด และปล่อยให้ธรรมชาติช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจให้กลับมามีพลังอีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง ดิจิตอล

บ้านตีนผา: อ้อมกอดแห่งขุนเขาและนาขั้นบันไดที่ซ่อนตัวในแม่แจ่ม

บ้านตีนผา: อ้อมกอดแห่งขุนเขาและนาขั้นบันไดที่ซ่อนตัวในแม่แจ่ม

หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ อยากตื่นมาเจอสายหมอกคลอเคลียยอดเขา และเสียงนกร้องแทนเสียงนาฬิกาปลุก บ้านตีนผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ คือจุดหมายปลายทางที่จะทำให้คุณตกหลุมรักจนไม่อยากกลับ

 

บ้านตีนผา เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง)

ตั้งอยู่บนลาดไหล่เขาดอยอินทนนท์ ฝั่งอำเภอแม่แจ่ม ที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลพอสมควร ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และไฮไลต์เด็ดที่ดึงดูดใจนักเดินทางก็คือ นาขั้นบันได ที่เขียวขจีลดหลั่นไปตามแนวเขา โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนอันยิ่งใหญ่

 

ในขณะที่ บ้านป่าบงเปียง (หมู่บ้านชื่อดังที่อยู่ใกล้กัน) เต็มไปด้วยความคึกคักของนักท่องเที่ยว แต่บ้านตีนผายังคงรักษาความเงียบสงบ ความเป็นส่วนตัว และวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

เสน่ห์ ฤดูที่แตกต่าง    การมาเยือนบ้านตีนผาสามารถเที่ยวได้หลายช่วงเวลา ซึ่งแต่ละฤดูจะให้ภาพจำและบรรยากาศที่งดงามแตกต่างกันไป:

  • ช่วงหน้าฝน (กรกฎาคม – กันยายน): เป็นช่วงที่นาขั้นบันไดจะกลายเป็นสีเขียวชอุ่ม มองไปทางไหนก็สดชื่น สบายตา แถมยังมีโอกาสเห็นทะเลหมอกหนานุ่มหลังฝนตกบ่อยที่สุด

 

  • ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ตุลาคม – พฤศจิกายน): ต้นข้าวจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามเต็มทุ่งสะท้อนแสงแดด เป็นภาพที่สวยงามและโรแมนติกมาก

 

  • ช่วงหน้าหนาว (ธันวาคม – มกราคม): แม้จะไม่มีนาข้าวให้ดูแล้ว แต่จะได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวจัด ลมเย็นๆ และท้องฟ้าที่เปิดโล่ง เหมาะกับการนั่งผิงไฟและนับดาวในตอนกลางคืน

การท่องเที่ยวที่บ้านตีนผาเน้นการพักผ่อนแบบ โฮมสเตย์ ของชาวบ้านในชุมชน บ้านพักส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ ตั้งอยู่ริมหน้าผาหรือเปิดหน้าต่างออกไปเจอนาข้าว

โดยไม่มีอะไรกั้น สิ่งอำนวยความสะดวกอาจไม่ได้หรูหราเหมือนโรงแรมใหญ่ ไม่มีแอร์ (เพราะอากาศเย็นอยู่แล้ว)

และบางแห่งอาจมีสัญญาณมือถือจำกัด แต่นั่นคือโอกาสดีที่คุณจะได้ทำ Digital Detox อยู่กับตัวเองและคนข้างๆ อย่างแท้จริง

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอย่างที่ บ้านตีนผา สำหรับที่นี่แล้ว  ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อถ่ายรูปสวยๆ แล้วกลับ

แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้า ชาร์จพลังชีวิตด้วยความเงียบสงบและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ หากหนาวนี้หรือฝนนี้คุณยังไม่มีแพลนไปไหน ลองเปิดใจให้หมู่บ้านเล็กๆ หลังม่านหมอกแห่งนี้ดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริง บางครั้งก็เรียบง่ายกว่าที่คิด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนดี

ตำนาน ความเชื่อ เกี่ยวกับ ปีศาจ ฮาเกนตี (Haagenti)

ปีศาจ ฮาเกนตี (Haagenti) เป็นหนึ่งในปีศาจที่ปรากฏในคัมภีร์ปีศาจวิทยายุคกลาง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนังสือ Ars Goetia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Lesser Key of Solomon หนังสือเวทมนตร์ลึกลับที่รวบรวมรายนามปีศาจ 72 ตนที่กษัตริย์โซโลมอนเชื่อว่าสามารถควบคุมและสั่งการได้ ฮาเกนตีมักถูกกล่าวถึงในฐานะปีศาจที่มีพลังด้านสติปัญญา ความรู้

และการแปรสภาพของสสาร ซึ่งทำให้เขาเป็นหนึ่งในปีศาจที่มีบทบาทสำคัญด้านเวทมนตร์เชิงปัญญาและแปรธาตุ 

 

ในตำนานหลายฉบับ ฮาเกนตีมีรูปลักษณ์โดดเด่นเป็น วัวมีปีกขนาดใหญ่ แต่เมื่อถูกเรียกหรืออัญเชิญ เขาจะสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้เพื่อสื่อสารกับผู้เรียก การมีรูปเป็นวัวไม่ใช่เรื่องแปลกในเวทมนตร์ยุคกลาง

เพราะวัวมักเชื่อมโยงกับพลังชีวิต ดิน ความอุดมสมบูรณ์ และพลังหยาบดิบ การที่ปีศาจมีรูปลักษณ์เช่นนี้จึงสื่อถึงพลังทางสสารและการควบคุมธาตุ ซึ่งเข้ากับความสามารถด้านการแปรสภาพของเขา

 

ฮาเกนตีถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่ง ประมุข  ของนรก และควบคุมกองทัพปีศาจถึง 33 กอง ตามตำราหลายเล่ม บางตำราคาดว่าเขายังทำงานใกล้ชิดกับปีศาจที่เกี่ยวข้องกับสติปัญญาและความรู้ เช่น Paimon หรือ Vapula จุดเด่นของเขาคือการให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติอย่างลึกซึ้งแก่ผู้ที่ทำสัญญาหรืออัญเชิญ

ความสามารถของฮาเกนตีถือว่าแตกต่างจากปีศาจตนอื่นอย่างมาก

  1. การแปรสภาพสสาร 

   เขาสามารถเปลี่ยนของเหลวให้เป็นของแข็ง หรือของแข็งให้เป็นของเหลว เช่น เปลี่ยนน้ำให้เป็นไวน์ หรือไวน์ให้เป็นน้ำ ความสามารถนี้สะท้อนความคิดเรื่อง “การแปรธาตุ” ที่เป็นหัวใจของเวทมนตร์ยุโรปยุคกลาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปรโลหะพื้นฐานให้เป็นทอง

 

  1. มอบความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับทุกวิทยาศาสตร์:

   ผู้ที่อัญเชิญฮาเกนตีมักมุ่งหวังจะได้รับความรู้เกี่ยวกับปรัชญา วิทยาศาสตร์ และศิลปะแห่งการแปรสภาพ เขาถูกเชื่อว่าเป็นปีศาจที่ให้ “ความเข้าใจเหนือมนุษย์” เกี่ยวกับสัจธรรมของโลก

 

  1. ทำให้บุคคลมีปัญญาและความรอบรู้:

   ความเชื่อระบุว่าเขามีอำนาจ “ทำให้ผู้คนฉลาดขึ้น” และมองเห็นความจริงของสิ่งต่าง ๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง

 

ในโลกของเวทมนตร์ตะวันตก ฮาเกนตีเป็นหนึ่งในปีศาจที่ถูกอัญเชิญเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านความรู้มากกว่าด้านการทำลายร่างกาย ผู้ใช้เวทมนตร์มักกล่าวว่าเขาเป็นปีศาจที่ “ใจเย็น” และ “ไม่รุนแรง”

เมื่อเทียบกับปีศาจตนอื่นในลำดับชั้นเดียวกัน แม้ยังเป็นปีศาจ แต่ลักษณะของเขาเป็นเหมือนอาจารย์ผู้เคร่งขรึมที่มอบความรู้ด้วยความมั่นคงและตรงไปตรงมา

 

อย่างไรก็ตาม ในพิธีอัญเชิญมักมีคำเตือนว่า ผู้เรียกต้องมีสติและความตั้งใจบริสุทธิ์ เพราะความรู้ที่ได้รับอาจนำไปสู่ปัญญา หรืออาจนำไปสู่ความหลงผิดหากผู้ใช้ไม่สามารถควบคุมความปรารถนาของตนเอง

 

สนับสนุนโดย    ฮอยอาน่า

รู้หรือไม่ เกมที่คนทั่วโลกฮิตเล่นเยอะที่สุด

ปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าการเล่นเกมนั้น เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยทำให้เรานั้นรู้สึกผ่อนคลาย และรู้สึกคลายเครียดได้เป็นอย่างดี ซึ่งรู้หรือไม่ว่าในสมัยปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจในการเล่นเกมกันมากขึ้น ซึ่งเกมในสมัยนี้ก็มีหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

และในแต่ละเกมนั้นก็จะมีวิธีการเล่น และมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน

นอกจากนี้การเล่นเกมเป็นประจำนั้นไม่เพียงแค่ช่วยทำให้เรารู้คลายเครียดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การเล่นเกมยังมีประโชนืแก่ร่างกายได้มากกว่าที่คุณคิด

เพราะถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเล่นเกมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบการเล่น โดยจะมีผู้ใหญ่ที่มองว่าการเล่นเกมอาจทำให้เด็ก ๆ นั้นเสียการเรียนได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเล่นเกมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีประโยชน์แต่อย่างไร

แต่รู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้วนั้นการเล่นเกมเป็นกิจกรรมที่ดีต่อร่างกายของเด็กเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจอีกด้วย

ฉะนั้น เราไปดูกันดีกว่าจะมีเกมไหนบ้างที่คนส่วนใหญ่ฮิต และเล่นกันเยอะมาที่สุด ไปดูกันเลย 

เกมที่คนทั่วโลกฮิตเล่นเยอะที่สุด

1.ROV

แน่นอนว่าเกมประเภทนี้เป็นเกมที่คนส่วนใหญ่นั้นชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเกมต่อสู้ที่สามารถบรรเทาความเครียดได้เป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังสามารถเล่นได้ทั้งในมือถือ และคอมพิวเตอร์อีกด้วย

โดยหลัก ๆ ของเกมนี้จะเป็นการแข่งขันระหว่างสองทีม โดยเราจะต้องต่อสู้เพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้ เรียกได้ว่านอกจากจะมีความตื่นเต้นแล้วนั้น ยังมีความสนุกสนาน เพลิดเพลินได้อีกด้วย และที่สำคัญเกมนี้ยังเป็นเกมที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอีกด้วย 

 

2.PUBG Mobile

เป็นอีกหนึ่งเกมที่คนส่วนใหญ่นั้นให้ความสนใจ และนิยมเล่นกันเยอะมาก ๆ โดยเกมนี้จะออกแนวแบบ ออกไปต่อสู้ หรืออาจถูกตามล่าก็ได้

ซึ่งจุดเด่นของเกมนี้นั้นจะอยู่ตรงที่เราจะต้องมีการเกมสัมภาระต่าง ๆ ที่เก็บได้ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในยามที่ฉุกเฉินนั่นเอง

โดยเกมนี้จะว่าเล่นยากก็ไม่เชิง แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีทักษะ และเข้าใจในการเล่นเกม แต่ทว่าก็ถือเป้นเกมที่ได้รับความนิยม และเป็นเกมที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก 

 

3.Subway Surfers

เป็นเกมที่เรียกได้ว่าถูกใจเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก เพราะเกมนี้เป็นเกมที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร อีกทั้งยังเป้นเกมที่เล่นได้กับทุกเพศทุกวัย มีความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และคลายเครียดได้เป็นอย่างอีกด้วย

โดยหลัก ๆ เกมนี้เราจะต้องวิ่งเกมเหรียญตามรางรถไฟ เรียกได้ว่าเป็นเกมที่มีความสนุก และเล่นเพลินอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก

สถานที่ช้อปปิ้ง และท่องเที่ยวยอดฮิต ของโอซาก้า  

มีสถานที่ท่องเที่ยวนับไม่ถ้วนในโอซาก้า รวมถึงอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย ถนนช้อปปิ้งที่ทันสมัย ​​ย่านที่พลุกพล่านด้วยแสงไฟนีออน ตึกระฟ้าทันสมัย ​​สวนสนุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และอื่น ๆ อีกมากมาย

ท่องเที่ยวยอดฮิต ของโอซาก้า วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และคนในท้องถิ่นที่เป็นมิตรยังเป็นจุดดึงดูดอีกสองจุดซึ่งเพิ่มลักษณะพิเศษให้กับเมืองที่ไม่มีใครเหมือน

1.ช้อปปิ้งแฟชั่นอินเทรนด์ในย่านชินไซบาชิอันทันสมัย  

เป็นย่านช้อปปิ้งที่ดีที่สุดในโอซาก้า ตั้งแต่แบรนด์หรูไปจนถึงร้านค้าปลีกแฟชั่นอย่างรวดเร็ว มีห้างสรรพสินค้าและร้านบูติกจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ภายในพื้นที่ ชินไซบาชิ-ซูจิเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงซึ่งมีความยาว 600 เมตร 

และประกอบด้วยร้านค้าหลายร้อยร้านตั้งแต่ร้านบูติกขนาดเล็กไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ไม่เพียงแต่มีร้านเสื้อผ้าเท่านั้น

แต่ยังมีร้านค้ามากมายในศูนย์การค้าขนาดใหญ่แห่งนี้ เช่น ร้านขายยา ร้านขายของหลากหลาย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และอื่นๆ เป็นสถานที่ช้อปปิ้งจนกว่าคุณจะแวะที่โอซาก้า 

 

2.ค้นพบวัฒนธรรมที่หลากหลายของ อเมริกาโน่มูร่า (หมู่บ้านอเมริกัน ) 

การสำรวจ อเมริกาโน่มูร่า หรือ หมู่บ้านอเมริกัน เป็นหนึ่งในกิจกรรมชั้นนำที่ต้องทำในโอซาก้า เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของวัฒนธรรมหนุ่มสาวในเมือง

ซึ่งมักจะเทียบได้กับย่านฮาราจุกุในโตเกียว  ร้านค้าบูติก ร้านกาแฟ และร้านอาหารที่ทันสมัยและทันสมัยจำนวนมากตั้งอยู่ในบริเวณนี้

หากคุณชอบสตรีทแฟชั่นญี่ปุ่น เสื้อผ้าวินเทจ และขนมสตรีทแวร์อินเทรนด์ นี่คือย่านที่คุณควรไปเยี่ยมชมในเมือง  

 

3.ตื่นตาไปกับสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งของอาคารอุเมดะสกาย  

เป็นอาคารสูงที่มีดาดฟ้าชมวิวที่สวยงามในย่าน Kita ในโอซาก้า ใกล้กับสถานี Osaka และ Umeda เป็นคำแนะนำสำหรับการเดินทางในโอซาก้า

เพื่อชมสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกด้วยรูปทรงและโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ หอดูดาวที่เรียกว่า “คูชูเตียน ” (หมายถึงสวนลอยน้ำ)

ตั้งอยู่ที่ความสูง 173 เมตร และสามารถมองเห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา 360° ได้ที่ดาดฟ้าเปิดโล่ง คุณสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพยามค่ำคืนอันงดงามของโอซาก้า  

 

4.สัมผัสความสนุกสนานและผ่อนคลายริมชายหาดที่ สวนเสนนานลอง อันกว้างขวาง

ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ สวนเซ็นนัน รินคุ ซึ่งเปิดใกล้กับสนามบินนานาชาติคันไซในปี 2020 โดยเป็นจุดชมธรรมชาติที่ทันสมัยในโอซาก้า ล้อมรอบด้วย เซนนัน มาร์เบิล บีช  และ หาดตารุยใต้  

ซึ่งติดอันดับ 100 จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น สวนสาธารณะริมชายหาดเขตร้อนแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ได้แก่ พื้นที่กิจกรรมสำหรับการเล่นกีฬา พื้นที่ชุมชนสำหรับบาร์บีคิวและร้านอาหาร

พื้นที่มาร์เช่สำหรับอาหารทะเลสดจากท่าเรือประมง โอคาดะอุระ   และบริเวณ แคมป์ปิ้ง

สำหรับการเข้าพักในวิลล่าสุดหรู ขอแนะนำอย่างยิ่งให้เยี่ยมชมเพื่อเพลิดเพลินกับธรรมชาติแม้ในเมือง หากคุณใช้สนามบินที่ใหญ่ที่สุดของโอซาก้า

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนเวียดนาม

พาเที่ยวนอร์เวย์ ประตูสู่ขั้วโลกเหนือ

นอร์เวย์เป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าไปท่องเทียวติดอันดับโลก เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ใครหลาย ๆ คนอยากไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็นและได้ตื่นตากับแสงเหนือ ออโรร่า (Aurora)

ที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติคือการมีแสงบนท้องฟ้ายามค่ำคืน และเป็นแสงที่มีความสวยงามและหาดูได้ยาก ในฤดูร้อนพระอาทิตย์จะไม่ตกเลย Svalbard เป็นอีกหนึ่งเมืองของนอร์เวย์ ชีวิตในโลกเยือกแข็งเขาอยู่กันอย่างไร

 

วันนี้ที่เราจะนำเสนอยังไม่ถึงขั้วโลกเหนือเสียทีเดียว แต่ว่าเป็นเมืองที่อยู่เหนือที่สุดเท่าที่มีมนุษย์อยู่กัน บนแผ่นบนหมู่เกาะเล็ก ๆ  ที่ชื่อว่า Svalbard (สวาลบาร์ด)

สวาลบาร์ดอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือประมาณหนึ่งพันกว่ากิโลเมตรและเหนือไปกว่านั้นก็ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อีกแล้ว

 

พาเที่ยวนอร์เวย์ ประตูสู่ขั้วโลกเหนือ

เมื่องที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสวาลบาร์ดชื่อ Longyearbyen (ลองเยียร์เบียน) หรือเมือง ลองเยียร์นั่นเอง ตั่งชื่อตามนักธุรกิจชาวอเมริกัน

วึ่งเข้ามาเปิดบริษัทเหมืองถ่านหินเมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว แล้วก็ได้สร้างหมู่บ้านเพื่อรองรับคนงานของตัวเองขึ้นมา ตั้งชื่อว่า จอห์น มันโร ลองเยียร์ 

 

เมื่อประเทศนอร์เวย์ได้เข้ามาเป็นเจ้าของเกาะนี้ ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ลองเยียร์เบียน ประชากรในสวาลบาร์ดส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวนอร์เวย์

แต่ก็มีประชากรชาวรัสเซียอยู่บ้าง นอกจากเมืองนี้และก็เมืองเล็กๆที่อยู่รายรอบออกไปจากนี้ พื้นที่ 98% ของสวาลบาร์ดเป็นความเวิ้งว้างของธรรมชาติทั้งสิ้น

 

การที่บ้านแถวนี้ถูกสร้างในรูปแบบที่ดูกึ่งชั่วคราว เนื่องจากว่าใต้ดินบริเวณแถวขั้วโลกมีสิ่งที่เรียกว่า Permafrost (เพอร์มาฟรอสต์)

ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือ ดินและหินซึ่งแข็งเป็นน้ำแข็งตลอดเวลาอยู่ใต้ดินลึกลงไปประมาณ 2 เมตร ในการสร้างบ้านหากมีการเจาะลึกลงไปจนกระทั่ง ไปกระทบกับเพอร์มาฟรอสต์ที่อยู่ใต้ดิน อาจจะส่งผลไห้เพอร์มาฟรอสต์ละลายได้ เปรียบเสมือนหน้าดินวึ่งพังทลายเพราะว่าไม่มีอะไรยึดมันเข้าหากัน

 

เนื่องจากที่เพอร์มาฟรอสต์ได้เป็นดินที่ค่อนข้างแข็งที่อยู่ใต้ดินเนี่ย นอกจากที่มันจะมีผลกับเรื่องของการสร้างบ้านของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่แล้ว

นอกจากนั้นก็ยังมีผลกับชีวิตในหลายๆด้าน อย่างเช่นถ้ามองไปรอบๆจะเห็นเป็นสุสาน ทีมีอยู่ไม่กี่หลุมเท่านั้นเอง

 

เพราะว่าคนที่เวลาตายเค้าจะไม่อนุญาตให้ฝังที่นี่ เพราะเวลาที่ฝังปุ๊บ ไอ้เพอร์มาฟรอสต์ที่อยู่ใต้ดิน ที่เป้นการแข็งตัวเนี่ยมันดันศพขึ้นมาบนพื้นดิน

เพราะฉะนั้นเวลาตายที่นี่ก็คือจะส่งศพกลับไปฝังที่นอร์เวย์ ที่แผ่นดินใหญ่กัน ซึ่งถ้าไปเที่ยวแล้วเห็นหลุมศพที่อยู่นั่นเขาพวกนั้นจะเป้นคนที่มีความสัมพันธุ์ที่ลึกซึ้งกับสวาลบาร์ดเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก

ความเชื่อเกี่ยวกับ ปีศาจกูซีอน (Gusion หรือ Gusoin, Gusoyn)

ปีศาจกูซีอน (Gusion หรือ Gusoin, Gusoyn) เป็นส่วนหนึ่งของปิศาจวิทยาในคัมภีร์ Ars Goetia ซึ่งเป็นภาคหนึ่งของ The Lesser Key of Solomon คัมภีร์เวทมนตร์ในยุคกลางที่รวบรวมรายชื่อปีศาจ 72 ตน

ที่กษัตริย์โซโลมอนเชื่อว่ากักขังและควบคุมไว้ กูซีอนเป็นปีศาจลำดับที่ 11 ในคัมภีร์นี้ และมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้เปิดเผยความจริง ผู้ทำนายอนาคต และผู้ให้คำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจหยั่งรู้เองได้

แม้เขาจะไม่ใช่หนึ่งในราชาใหญ่ของนรกเช่นไพมอนหรือบาอัล แต่กูซีอนก็มีชื่อเสียงโดดเด่นเพราะความสามารถในการ “คลี่คลายสิ่งที่ซ่อนเร้น” และ “คืนความชัดเจนให้ความจริงที่คลุมเครือ” ทำให้เขาเป็นปีศาจที่นักเวทในยุคเก่าสนใจอย่างยิ่ง

 

ในคัมภีร์โกเอเทียฉบับโบราณ กูซีอนมักถูกบรรยายว่าเป็น ผู้ชายถือดาบ หรือบางครั้งเป็นร่างคล้ายมนุษย์สวมชุดนักรบ สื่อถึงความเข้มแข็ง ความเด็ดขาด

และความสามารถในการ “ผ่าความเท็จออกจากความจริง” อย่างไรก็ตาม ในศิลปะยุคหลัง กูซีอนเคยถูกวาดในหลายรูปแบบ เช่น

  •  มนุษย์รูปร่างสง่างามสวมชุดพิธี
  •  นักรบผู้มีหน้าที่รักษากฎของโลกวิญญาณ
  •  ผู้ส่งสารคล้ายเทวทูตตกสวรรค์
  • ความหลากหลายของการตีความนี้สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของกูซีอนเชื่อมโยงกับ “อำนาจแห่งความรู้” มากกว่าความน่าสะพรึงกลัวทางกายภาพ

อำนาจและความสามารถของกูซีอนตามตำนาน

  1. ผู้เปิดเผยความจริงที่ซ่อนอยู่

กูซีอนขึ้นชื่อที่สุดในฐานะปีศาจที่สามารถเปิดเผยความจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีต เหตุการณ์ที่ถูกปกปิด หรือความลับที่มนุษย์ไม่สามารถค้นพบได้เอง หลายตำนานกล่าวว่าเขาสามารถ “คืนความทรงจำ” ให้ผู้ที่หลงลืมสิ่งสำคัญของตนเอง

  1. ผู้ทำนายอนาคตอย่างแม่นยำ

หนึ่งในพลังหลักของกูซีอนคือการให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต ทำให้เขาเป็นปีศาจที่นักเวทยุคกลางใช้เพื่อทำนายเส้นทางชีวิต เช่น การแต่งงาน ชะตากรรม หรือผลลัพธ์ของเหตุการณ์สำคัญ

 

  1. ผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง

คัมภีร์บางฉบับกล่าวว่ากูซีอนมีความสามารถ “ทำให้มิตรภาพที่แตกร้าวกลับคืนดี” หรือช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ล่มสลาย ความสามารถนี้สะท้อนสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนความเป็นระเบียบและความสมดุล

 

  1. มอบเกียรติและตำแหน่งแก่ผู้เชิญ

ความเชื่อโบราณระบุว่ากูซีอนสามารถทำให้ผู้เรียกเขาได้รับชื่อเสียง ตำแหน่ง หรือความเคารพในสังคม หากมีการทำพิธีอย่างถูกต้อง ความสามารถนี้ทำให้เขาเกี่ยวข้องกับความทะเยอทะยานของมนุษย์และความสำเร็จในโลกวัตถุ

 

ในลำดับชั้นของนรก กูซีอนถูกจัดว่าเป็น ดยุค (Duke) และควบคุมกองทัพปีศาจจำนวน 40 กอง ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากสำหรับปีศาจระดับดยุค ความสามารถของเขาจึงไม่เพียงจำกัดอยู่ที่การให้ความรู้ แต่ยังรวมถึงการบังคับบัญชากองกำลังอสูรอีกด้วย

 

ในยุคสมัยใหม่ กูซีอนได้รับการตีความใหม่ในหลายวัฒนธรรมและงานสื่อ เช่น วิดีโอเกม นิยาย แฟนตาซี และการ์ดเกม

ซึ่งมักเน้นบทบาทของเขาในฐานะ “ปีศาจผู้ให้คำตอบ” หรือ “ผู้พิพากษาแห่งความจริง” นักปฏิบัติเวทสายจิตวิญญาณบางคนมองว่ากูซีอนเป็นพลังงานแห่งความชัดเจนทางจิต สัญชาตญาณ และการมองทะลุความหลอกลวงของโลกมนุษย์

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟังเล็กจิ๋ว

แนะนำที่เที่ยวธรรมชาติภาคอีสาน ไม่ว่าจะมากี่คราวก็สำราญใจ

แนะนำที่เที่ยวธรรมชาติภาคอีสาน ไม่ว่าจะมากี่คราวก็สำราญใจ

  • น้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ

น้ำตกแห่งนี้นั้นตั้งอยู่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอเซกา เป็นน้ำตกที่มีขนาดที่ถือว่าให้เลยทีเดียวด้วยจำนวนชั้นที่มีถึง 3 ชั้นด้วยกันน้ำตกนี้ไหลผ่านภูเขาหินทรายขนาดใหญ่มหึมา ตกลงสู่เบื้องล่างที่เป็นแอ่งนำกว้าง

เพื่อให้พวกเราได้ลงเล่นน้ำผ่อนคลายกันตามอัธยาศัย จุดไฮไลท์ของที่นี่นั้นคือจุดสไลด์เดอร์ที่เกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติจากน้ำตกที่กัดเซาะหินจนเป็นทางทำให้เกิดสไลด์เดอร์ธรรมชาติ  ต้องลองมาเล่นกันสักหน่อยแล้ว

ในเรื่องวิธีการเดินทางมาที่น้ำตกนั้นไม่ยากเลยแนะนำให้จอดรถไว้ที่ท่าเรือเพื่อที่จะนั่งเรือรับจ้างเข้ามา ค่าเรือต่อคนก็20 บาท จากนั้นก็เดินเท้ามุ่งหน้าสู่น้ำตกกันได้เลย

  • สามพันโบก อุบลราชธานี

มาอุบลทั้งทีไม่มาที่นี่ก็ถือว่ามาไม่ถึงที่นั่นก็คือ แกรน์แคนยอนเมืองไทยนั้นเองหรือที่รู้จักดีในชื่อ สามพันโบก สถานที่เที่ยวที่เกิดจากการที่ธรรมชาติรังสรรค์ให้เกิดขึ้น แก่งหินี่ถูกลมพัดเซาะจนเกิดเป็นแอ่งจะนวนมาก มีมากกว่า 3000 แอ่งเลยล่ะ

ซึ่งที่นี่นั้นก็มีจุดไฮไลท์หลายที่อยู่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น แอ่งรูปดาวหรือจะเอารูปหัวใจที่นี่ก็มีให้นะ ซึ่งที่มันสนุกเนี่ยคือมันต้องเดินตามหากันเอาเอง

พอเจอแล้วก็ต้องถ่ายรูปลงโซเชียลอวดเพื่อนๆกันสักหน่อยเดี๋ยวเขาไม่เชื่อว่ามาถึงจริง หรือจะรอถ่ายภาพทางช้างเผือกอันนี้ก็แนะนำเลยห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะบรรยากาศดีมากในตอนค่ำคืน

ท้องฟ้าที่มีดาวระยิบระยับตัดกับแก่งหินธรรมชาติที่หาดูได้ยากมากๆเลยในไทยเราแล้วจะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่แวะเวียนมาที่นี่ด้วยล่ะ

  • หินสามวาฬ บึงกาฬ

จุดถ่ายรูปวิวสวยๆที่บึงกาฬเนี่ยจะพ้นที่นี่รึเปล่าน้า แน่นอนว่าต้องไม่พ้นที่นี่แน่นอน หินสามวาฬ อำเภอภูสิงห์  ที่เคยมีการถ่ายทำละครที่นี่จนทำให้หินสามวาฬเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนทำให้มีคนหลั่งไหลแวะเวียนกันเข้ามาที่แห่งนี้มากมาย

จุดชมวิวที่เรียกได้ว่ามองเห็นวิวที่สวยงามจนเหมือนโดนมนต์สะกดกันเลยล่ะ ป่าไม่เขียวชอุ่มห้อมล้อมไปทั่วตัววาฬทั้ง 3 ตัวนี้ไว้ราวกับว่าพวกมันกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำทะเลียวสีเขียวยังไงยังงั้นเลยล่ะ

ซึ่งที่นี่นั้นจะนิยมมาถ่ายรรูปกันในตอนรุ่งเช้าหรือก็ตอนพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นนั่นเอง พูดได้ว่าแค่นึกภาพตามก็ฟินขนาดนี้แล้วถ้าเกิดได้ปเห็นด้วยตาตัวเองจะฟินขนาดไหนกัน ในเรื่องของ

การเดินทางมาหาเจ้าวาฬ3ตัวนี้นั้นแนะนำว่า ให้จอดรถไว้ที่ทำการภูสิงห์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 5.30-17.00 น. และก็จะมีบริการรถรับส่งเพื่อที่จะไปที่เขาสามวาฬในราคา 500 บาทต่อคัน คันนึงก็นั่งมากสุดได้ถึง10คนเลย

 

สนับสนุนโดย  คาสิโน เวียดนาม ดานัง

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งกะมัง  จังหวัดชัยภูมิ

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองหลวง แล้วพาตัวเองไปซึมซับกับความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ

ทุ่งกะมังคือคำตอบที่ต้องแปะหมุดไว้เลยครับ ที่นี่ตั้งอยู่ใน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิได้รับฉายาว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย และ แดนสวรรค์ของสัตว์ป่า ซึ่งบอกเลยว่าไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงเลยสักนิด

 

เที่ยว ทุ่งกะมัง  จังหวัดชัยภูมิ เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติกว้างใหญ่เนื้อที่กว่า 5,000 ไร่ ลักษณะเป็นลานทุ่งหญ้าสะวันนากว้างขวาง โอบล้อมด้วยป่าดิบเขาและทิวเขาสลับซับซ้อน อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปี

 

ไฮไลท์ที่ทำให้ทุ่งกะมังแตกต่างจากอุทยานแห่งชาติทั่วไปคือ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ที่นี่คือบ้านที่ปลอดภัยของสัตว์ป่านานาชนิด

โดยเฉพาะ เนื้อทราย สัตว์ป่าสงวนที่เคยเกือบสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทย แต่ด้วยโครงการพระราชดำริและการดูแลอย่างเข้มงวด ทำให้ปัจจุบันมีเนื้อทรายนับร้อยตัวเดินเล็มหญ้าอย่างอิสระกระจายอยู่เต็มทุ่งกะมัง

 

กิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมาเยือนมาเที่ยว ทุ่งกะมัง  จังหวัดชัยภูมิ

ส่องสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด: เพียงแค่คุณก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณทุ่งกะมัง คุณจะได้เห็นฝูงเนื้อทราย เก้ง และกวาง ยืนเล็มหญ้ากันอย่างชิลๆ

บางตัวคุ้นเคยกับมนุษย์จนสามารถเดินเข้ามาใกล้ๆ ได้  นอกจากนี้ยังมีนกยูง นกขุนแผน และไก่ฟ้า พากันออกมาอวดโฉมให้คนรักนกได้รัวชัตเตอร์กันอย่างจุใจ

ชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า: ในช่วงเช้าตรู่ ลานทุ่งหญ้าจะถูกปกคลุมด้วยสายหมอกบางๆ แสงอาทิตย์สีทองค่อยๆ สาดส่องผ่านทิวไม้ลงมากระทบกับฝูงสัตว์ป่า เป็นภาพที่งดงามราวกับภาพวาดในนิตยสารระดับโลก

ดื่มด่ำกับความเงียบสงบ: ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ (หรือมีน้อยมาก) ไม่มีแสงสีเสียง เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้ Digital Detox พักสายตาจากหน้าจอ แล้วมาฟังเสียงนกเสียงไม้ และเสียงลมหายใจของธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

ข้อแนะนำและการเตรียมตัว

สิ่งสำคัญที่สุด: เนื่องจากทุ่งกะมังอยู่ในเขตกำหนดพื้นที่อนุญาตของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ไม่ใช่ท่องเที่ยวทั่วไปแบบ 100%) นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องทำเรื่องขออนุญาตเข้าพื้นที่ล่วงหน้ากับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก่อนเดินทาง

ช่วงเวลาท่องเที่ยว: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ตุลาคม – มกราคม) จะสวยที่สุด เพราะทุ่งหญ้าจะเขียวขจี อากาศหนาวเย็น และมีหมอกหนา

กฎเหล็ก: ห้ามส่งเสียงดัง, ห้ามทิ้งขยะ, ห้ามนำพลาสติกเข้ามาในเขตพื้นที่ และห้ามขับรถเร็วเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุชนสัตว์ป่าได้

 

ทุ่งกะมังไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวถ่ายรูปสวยๆ แล้วกลับ แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยเตือนใจเราว่า มนุษย์และสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล หากคุณอยากชาร์จแบตเตอรี่ให้ชีวิต

พร้อมสัมผัสอ้อมกอดของธรรมชาติที่บริสุทธิ์แบบไร้การปรุงแต่ง ลองหาเวลามาเช็คอินที่แดนสวรรค์แห่งนี้ดูสักครั้ง รับรองว่าจะได้ความประทับใจกลับไปเต็มกระเป๋าแน่นอน

 

ผู้ให้การสนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังฟรี

เปิดเคล็ดลับเล่นเกมอย่างไรถึงจะไม่เสี่ยงโรคติดเกม

เปิดเคล็ดลับเล่นเกมอย่างไรถึงจะไม่เสี่ยงโรคติดเกม

ในช่วงที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลง และถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้กิจกรรมการเล่นเกมนั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กสมัยใหม่ ที่มักจะมองหากิจกรรมการเล่นเกมใหม่ ๆ

เพื่อเป็นหนึ่งในตัวช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการ ฝึกทักษะต่าง ๆ ช่วยแก้เบื่อ และสร้างความสนุกสนาน

ซึ่งแน่นอนว่า การเล่นเกมในสมัยนี้นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยเสริมสร้างความสุข ความสนุกสนานหกับหลาย ๆ คนได้เป้นอย่างดี ทั้งยังสามารถที่จะนำไปต่อยอดในการสร้างเป็นอาชีพที่ดีได้อีกด้วย

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในสมัยปัจจุบันนี้การเล่นเกมจะเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มากขนาดไหนก็ตาม แต่คนส่วนใหญ่ที่เล่นเกมมักที่จะเจอกับปัญหาการเล่นเกม คือ เด็กติดเกม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่ไม่ว่าเราจะแก้ไขด้วยวิธีไหนก็ตาม

ก็ไม่สามารถหายไปได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัญหานี้อาจจะทำให้ผู้ปกครองหลาย ๆ ท่านนั้นหนักใจกันเป็นอย่างมาก

ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะวันนี้เราจะมาเปิดเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถเล่นเกมได้โดยที่ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเกม จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 

  • การเล่นเกมโดยไม่หักโหม

แน่นอนว่าที่คนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการติดเกมนั้นก็อาจจะเป็นเพราะว่า หักโหม หรือเสพติดการเล่นเกมมากกว่าการใช้ชีวิต จึงทำให้ตดเป็นนิสัย และเสี่ยงต่อการต่อการเป็นโรคติดเกมนั่นเอง

ฉะนั้น วิธีง่าย ๆ ที่จะเอาตัวเองออกมาจากการติดเกม คือการที่เราเล่นเกมอย่างเหมาะสม ไม่หักโหมมากจนเกินไป หรือไม่เอาเกมเป็นที่หนึ่งมากกว่าใช้ชีวิตในประจำวันของเรา 

 

  • การมองหาเกมที่ไม่เครียดเกินไป

เนื่องจากเกมส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้อาจจะทำให้หลายคนนั้นมีความเครียดกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งทางที่ดีหากเราอยากเล่นเกม

แต่เราไม่อยากเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเกม เราควรที่จะเลือกเกมที่ไม่ทำให้เราเครียดมาจนเกินไป ให้เลือกเกมที่คิดว่าเราเล่นเกมแล้วมีความสุข ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และไม่เครียด เพราะการที่เราเลือกเกมที่มีความเหมาะสม จะทำให้เราไม่ติดเกมมากจนเกินไปนั่นเอง 

 

  • การเลือกเวลาที่เหมาะสม

นอกจากการเลือกเกมที่มีความเหมาะสม หรือไม่เครียดแล้ว การที่เราเลือกเวลาเล่นที่มีความเหมาะสม ก็ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีเวลาว่าง ๆ จากการทำงาน และเลือกเกมเป็นหนึ่งในตัวช่วยเพื่อบรรเทาความเครียด ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้เรานำเอาการเล่นเกมมาใช้ใหเกิดประโยชน์ แถมยังไม่ส่งผลกระทบต่องาน หรือการใช้ชีวิตของเราอีกด้วย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ