เด็กนักเรียนชายชั้น ม.5 ใช้อาวุธปืนยิงกรอกปากตัวเอง อาการสาหัส

    ที่จังหวัดระยอง  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีคนพยายามฆ่าตัวตายจึงได้ไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งเมื่อไปถึงทางด้านผู้ปกครองของเด็กที่พยายามฆ่าตัวตายได้มีการติดต่อกู้ภัยให้พาร่างเด็กที่ได้รับบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว    จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองของที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนนั้นทราบว่า

       เด็กชายคนดังกล่าวนั้น  อายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้นเองกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านฉางจังหวัดระยองเดินกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5   สาเหตุยิงตนเองนั้นทางผู้ปกครองเองก็ไม่ทราบสาเหตุเช่นเดียวกันเพราะเด็กไม่ได้มาเล่ารายละเอียดอะไรให้ฟัง  แต่ เนื่องจากวันดังกล่าวนั้นเด็กไม่ยอมออกจากห้องปิดประตูอย่างแน่นซึ่งผู้ปกครองเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะปกติแล้วเด็กก็มักจะขังตัวเองอยู่ในห้องอยู่แล้วหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดจึงรีบพากันวิ่งมาดูและพังประตูเข้าไปก็เห็นว่าเด็กชายวัย 16 ปีได้ใช้อาวุธปืนของพ่อซึ่งได้รับมรดกมาจากปู่ยิงกรอกปากตนเอง

         และจากการที่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ปกครองของเด็กวัย 16 ปี- ดูร่องรอยการบาดเจ็บพบว่ากระสุนปืนที่ยิงไป 2 นัดนั้นน่าจะเข้าไปที่ลำคอเด็กแค่ 1 นาทีเท่านั้นอีก 1 นัดเป็นการยิงพลาดแต่ว่ากระสุนที่ยิงเข้าไปที่บริเวณลำคอนั้นฟังอยู่ตรงบริเวณลำคอตอนนี้เด็กวัย 16 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัสทางด้านกู้ภัยส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลกำลังรักษาอาการอยู่

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสันนิษฐานสาเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้ว่าเด็กชายวัย 16 ปีอาจจะเกิดจากความเครียดซึ่งในที่นี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นความเครียดเกี่ยวกับเรื่องอะไรแต่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าน่าจะเกิดจากการเรียนซึ่งอาจจะเป็นการกลัวว่าใกล้จะสอบปลายภาคแล้วกลัวจะเรียนตามเพื่อนไม่ทันจึงทำให้เครียดและคิดมากในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะจบชีวิตตนเอง 

      สำหรับเด็กชายวัย 16 ปีที่ก่อเหตุยิงตนเองนั้นปัจจุบันเรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งชั้นเรียนที่เรียนนั้นเป็นห้องคิงโดยเป็นห้องที่เรียนเก่งมากและเด็กชายเคยขอให้ผู้ปกครองย้ายตนเองไปอยู่ห้องอื่นและผู้ปกครองยังไม่ทันได้ย้ายเข้ามาก่อเหตุเสียก่อนดังนั้นสาเหตุที่สำคัญที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานได้ก็คือเด็กอาจจะเรียกเข้าห้องจริงเป็นห้องที่เก่งที่สุดในโรงเรียนดังนั้นเด็กคงกังวลใจในเรื่องของการเรียนที่ตกต่ำของตนเองและจะอับอายเพื่อนเพื่อนในห้องจึงได้ก่อเหตุฆ่าตัวตาย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ซื้อหวยฮานอยได้ที่ไหน

การทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างทนายความ

         เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จักทั้งทนายความสิทธาและนายอัจฉริยะกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมานั้นเคยมีคดีความที่เป็นคดีใหญ่โตระหว่างคนทั้งคู่เกี่ยวกับคดีหวย 30 ล้านซึ่งในครั้งนั้นทั้งทนายสิทธาและนายอัจฉริยะต่างกันร่วมมือกันในการช่วยเหลืออดีตนายตำรวจคุณลุงจรูญให้ได้หวย 30 ล้านมาไว้ในครอบครอง

ซึ่งในครั้งนั้นทั้งคู่ประกาศเป็นพี่น้องกันมีการโพสต์ไปเที่ยวและไปทำบุญร่วมกันอยู่บ่อยครั้งแต่อยู่ดีๆทั้งคู่ก็ประกาศออกมาแตกหักกันโดยเริ่มใส่ไฟกันเองว่าทนายความสิทธามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างไรทำให้นายอัจฉริยะเมื่อรู้ความจริงก็เกิดอาการทนไม่ได้ไม่สามารถจะเป็นพี่น้องร่วมสาบานต่อได้ส่วนทางด้านทนายความสิทธาเองก็ออกมาต่อว่านายอัจฉริยะเช่นเดียวกัน

เกี่ยวกับเรื่องของการเข้ามายุ่งเรื่องของหวย 30 ล้านเพราะต้องการได้รับเงินส่วนแบ่งและพอไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งตามที่ตัวเองอยากได้ก็เกิดออกมาแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้เห็นทำให้ทนายความสิทธานั้นเลือกที่จะเลิกคบกับนายอัจฉริยะซึ่งเรื่องราวของคนทั้งคู่นั้นเป็นเรื่องราวที่ทะเลาะกันรุนแรงใหญ่โตเลยทีเดียวในขณะนั้นแต่ถึงแม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว

แต่ทนายความสิทธาและนายอัจฉริยะก็ยังคงมีปัญหากันอยู่เรื่อยมาเราไม่ว่าอีกฝ่ายใดจะทำคดีเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาโจมตีถึงพฤติกรรมการทำงานของฝ่ายตรงข้ามอยู่นั่นเองจนล่าสุดที่มีข่าวเกี่ยวกับคดีเด็กหญิงชมพู่อายุเพียงแค่ 3 ขวบที่หายตัวออกจากบ้านและพบเป็นศพอีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้น 5 วันในป่าบนเขาหลังบ้านของเด็กหญิงเอง

ซึ่งแม้จะผ่านมาเกิน 60 วันแล้วแต่คดีความก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างไรเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษได้ซึ่งในครั้งนี้นาย อัจฉริยะก็ได้ออกมาติดกระแสกับเขาด้วยเช่นเดียวกันโดยนายอัจฉริยะนั้นให้ข่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองนั้นมีหลักฐานที่จะสามารถเอาตัวคนร้ายมาลงโทษได้และมีการนำรูปภาพของศพของเด็กหญิงชมพู่ออกมาเผยแพร่รวมถึงออกมาระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าตายเพราะถูกตีจนตายและมีการนำศพไปทิ้งเอาไว้ซึ่งเรื่องราวนี้กำลังเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมาก

เพราะหลายคนไม่เชื่อว่าเด็กหญิงจะถูกตีจนตายเนื่องจากลักษณะของศพนั้นไม่เข้าข่ายที่จะถูกตีจนตายนั่นเองอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ทนายความสิทธาอดทนไม่ไหวจนต้องออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะเกี่ยวกับคดีของเด็กหญิงชมพู่อีกครั้งหนึ่งโดยให้เหตุผลว่านายอัจฉริยะนำหลักฐานส่วนตัวของเด็กหญิงชมพู่มาเผยแพร่ซึ่งผิดกฎหมายเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์และอยากให้นายอัจฉริยะนำหลักฐานที่มีไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแทนที่จะมาสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองแบบนี้

เรื่องราวของนายอัจฉริยะและทนายสิทธาที่ทะเลาะกันนั้นกำลังเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปกันเป็นอย่างมากเพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำเกี่ยวกับเรื่องอะไรอีกฝ่ายหนึ่งก็มักจะฟ้องร้องและเป็นข่าวใหญ่โตอยู่ตลอดเวลานั่นเองเราคงต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วคนทั้งคู่นั้นจะสามารถตกลงและอยู่ด้วยกันอย่างสันติได้หรือไม่

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นหวยยี่กีให้ได้กำไร