เสี่ยรับเหมาก่อสร้างบีบคอภรรยาเสียชีวิตคาบ้านพัก

      เหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี  โดยเกิดขึ้นแถวบริเวณบ้านเช่าย่านบางใหญ่  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลา 20:30 น ของวันที่ 4 เดือนพฤศจิกายนปีพศ2563   โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากลูกสาวของผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังดังกล่าวว่าตนเองนั้นไม่สามารถที่จะเข้าไปในบ้านได้เนื่องจากว่าบ้านถูกล็อกเอาไว้โดยภายในบริเวณหน้าบ้านนั้นยังพบรองเท้าของพ่อและแม่อยู่แต่เมื่อมีการตะโกนเรียกเท่าไหร่และโทรเข้าไปในบ้านก็ไม่มีใครตอบรับลูกสาวของผู้เสียชีวิต 1 ใน 3 คนจึงได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยมาดำเนินการเปิดบ้านให้และอาจสงสัยว่าอาจจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นภายในบ้านพักของตนเอง

           แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงบ้านที่เกิดเหตุหลังดังกล่าวก็ได้พยายามที่จะมีการงัดแงะเข้าไปภายในบริเวณบ้านให้และหลังจากที่สามารถเปิดประตูได้แล้วลูกสาวของเจ้าของบ้านทั้ง 3 คนต่างก็พากันเดินเข้าไปภายในบ้านพร้อมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเมื่อเข้าไปถึงก็พบศพของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นทั้งพ่อและแม่ของตนเองนอนเสียชีวิตอยู่ด้านล่างของตัวบ้าน  โดยศพของผู้เป็นแม่นะนอนอยู่ที่บริเวณพื้นมีร่องรอยของการถูกบีบคอเนื่องจากว่ามีรอยเขียวช้ำเป็นสีม่วงตรงบริเวณลำคอในขณะที่ศพของผู้เป็นพ่อนั้นถูกแขวนคออยู่ใกล้ๆศพของผู้เป็นแม่นั้นเอง 

            หลังจากที่ลูกสาวเข้าไปเห็นสภาพศพของพ่อแม่ของตนเองนั้นก็ไม่สามารถรับสภาพได้ชาวบ้านต่างได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กทั้ง 3 คนที่ได้เห็นพ่อแม่ของตนเองเสียชีวิตภายในบ้านพักเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกมาสงบสติอารมณ์อยู่บริเวณหน้าบ้าน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สอบปากคำเด็กทั้ง 3 คนเลยให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า 2 คนที่เสียชีวิตอยู่ในภายในบ้านนั้นคือพ่อกับแม่ของตนเองโดยปกติแล้วพ่อจะมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างในขณะที่แม่นั้นจะมีอาชีพเป็นแม่บ้าน

          ลูกสาวของผู้เสียชีวิตให้การว่าช่วงหลังๆพ่อกับแม่มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำเนื่องจากสาเหตุของการหึงหวงพร้อมแม่แอบไปคบชู้กับคนงานซึ่งพ่อของเธอนั้นเคยจับได้มาแล้วครั้งหนึ่งและก็ให้อภัยแม่  โดยพ่อของเธอนั้นเคยมาระบายให้กับเธอได้ฟังว่าพ่อของเธอนั้นอับอายกับสิ่งที่แม่ของเธอทำและเขาไม่สามารถรับกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้รวมถึงพ่อยังมีการระบายว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วซึ่งเธอก็ไม่คิดว่าท้ายที่สุดแล้วพ่อของเธอจะตัดสินใจฆ่าแม่ของเธอและฆ่าตัวตายตาม

             เบื้องต้นทางด้านลูกสาวผู้เสียชีวิตได้มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าในก่อนวันเกิดเหตุนั้นเพื่อนบ้านได้ยินเสียงสามีภรรยาทะเลาะกันซึ่งสาเหตุก็มาจากการที่สามีจับได้ว่าภรรยานั้นอยู่ภายในบ้านพร้อมกับคนงานจึงเกิดความหึงหวงกันขึ้น  หลังจากทะเลาะกันเรียบร้อยแล้วฝ่ายสามีก็ขับรถออกไปจากบ้าน  และไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์เนื่องจากว่ามีอาการเสียใจอย่างหนักจนตรอมใจ  อย่างไรก็ตามแต่คาดว่าหลังจากนั้นในช่วงเวลากลางวันของวันที่ 4   ฝ่ายชายน่าจะย้อนกลับมาที่บ้านและมาทะเลาะกับฝ่ายอีกครั้งหนึ่งจนเป็นเหตุให้มีการฆ่ากันตายเกิดขึ้นนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยออนไลน์อันดับ1

สามียิงเมียไส้ไหล เหตุปัญหาเรื่องการเงิน

       เมื่อวันที่ 31 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสุโขทัยได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตายโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาเที่ยงคืนครึ่ง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงผู้เสียชีวิตถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วเนื่องจากว่าถูกอาวุธปืนลูกซองยิงไปที่บริเวณท้องใกล้ๆราวนมเป็นสาเหตุทำให้มีไส้ทะลักออกมาทางผู้ใหญ่บ้านและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต

จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ก็เสียชีวิตระหว่างการเดินทางไปโรงพยาบาลเนื่องจากว่าทนความเจ็บปวดไม่ไหวอย่างไรก็ตามจากการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางด้านลูกชายของผู้เสียชีวิตให้การว่าคนที่ก่อเหตุฆ่าแม่ของเขานั่นก็คือพ่อของเขาเองซึ่งหลังจากที่พ่อได้ยินแม่เขาก็รีบวิ่งไปตามยายให้มาดูแม่หลังจากนั้นก็ไปตามผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยกันนำแม่ส่งโรงพยาบาลและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไรก็ตามในงานศพนั้น

มีแต่ความเศร้าโศกเสียใจส่วนผู้ก่อเหตุนั้นได้หลบหนีไปซึ่งทางด้านแม่ของผู้ก่อเหตุก็มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยโดยให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวว่าสาเหตุการฆ่ากันตายระหว่างผัวเมียคู่นี้นั้นน่าจะเกิดจากที่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องของการเงินเนื่องจากทั้งคู่นั้นมักจะทะเลาะกันเรื่องของเงินเงินทองทองกันบ่อยครั้ง

โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตที่มักจะชอบไปเล่นไพ่ทำให้เกิดทะเลาะเบาะแว้งกับสามีอยู่เป็นประจำอย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เธอได้นำเงินช่วยเหลือค่างานศพของลูกสะใภ้โดยจ่ายเงินช่วยเหลือไปทั้งหมด 5,000 บาทด้วยกันซึ่งเธอนั้นบอกว่าตัวเองนั้นก็มีปัญหาเรื่องของการเงินเช่นเดียวกันดังนั้นเธอจึงสามารถช่วยได้เพียงเท่านี้เท่านั้น

และเธอยังได้ฝากนักข่าวประชาสัมพันธ์ไปถึงลูกชายของเธอว่าเธออยากจะให้ลูกชายของเธอนั้นเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเธอเชื่อว่าลูกชายของเธอนั้นคงไม่ตั้งใจที่จะฆ่าภรรยาของตนเองแต่อาจจะทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบเนื่องจากว่าลูกชายของเธอนั้นเป็นคนที่ชอบกินเหล้าเมาแต่เธอยืนยันได้ว่าลูกชายของเธอนั้นไม่ใช่เป็นคนชอบใช้ความรุนแรง

เพราะทุกครั้งที่กินเหล้าลูกชายของเธอก็ไม่เคยทำร้ายใครมาก่อนอย่างไรก็ตามเธอถึงบอกอีกด้วยว่าถ้าหากผู้ชายของเธอถูกจับกุมตัวเธอคงไม่มีเงินไปประกันตัวลูกชายของเธอออกมาคงให้ชดใช้กรรมอยู่ในคุกจนกว่าจะหมดวาระสำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิตนั้นทางด้านแม่ของผู้เสียชีวิตรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของลูกเขยเป็นอย่างมาก

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้มีเด็กกำพร้าพ่อแม่มึงสองคนเพราะว่าผู้เสียชีวิตนั้นมีลูกชาย 1 คนและยังมีลูกสาวอีกหนึ่งคนซึ่งทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตยืนยันว่าถึงแม้ว่าจะจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ก็ไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพามาขอขมาศพเพราะเธอจะไม่ยอมให้อภัยลูกเขยคนนี้เป็นอันขาด

 

สนับสนุนโดย  วิธีซื้อหวยออนไลน์

เด็กนักเรียนชายชั้น ม.5 ใช้อาวุธปืนยิงกรอกปากตัวเอง อาการสาหัส

    ที่จังหวัดระยอง  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีคนพยายามฆ่าตัวตายจึงได้ไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งเมื่อไปถึงทางด้านผู้ปกครองของเด็กที่พยายามฆ่าตัวตายได้มีการติดต่อกู้ภัยให้พาร่างเด็กที่ได้รับบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว    จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองของที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนนั้นทราบว่า

       เด็กชายคนดังกล่าวนั้น  อายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้นเองกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านฉางจังหวัดระยองเดินกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5   สาเหตุยิงตนเองนั้นทางผู้ปกครองเองก็ไม่ทราบสาเหตุเช่นเดียวกันเพราะเด็กไม่ได้มาเล่ารายละเอียดอะไรให้ฟัง  แต่ เนื่องจากวันดังกล่าวนั้นเด็กไม่ยอมออกจากห้องปิดประตูอย่างแน่นซึ่งผู้ปกครองเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะปกติแล้วเด็กก็มักจะขังตัวเองอยู่ในห้องอยู่แล้วหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดจึงรีบพากันวิ่งมาดูและพังประตูเข้าไปก็เห็นว่าเด็กชายวัย 16 ปีได้ใช้อาวุธปืนของพ่อซึ่งได้รับมรดกมาจากปู่ยิงกรอกปากตนเอง

         และจากการที่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ปกครองของเด็กวัย 16 ปี- ดูร่องรอยการบาดเจ็บพบว่ากระสุนปืนที่ยิงไป 2 นัดนั้นน่าจะเข้าไปที่ลำคอเด็กแค่ 1 นาทีเท่านั้นอีก 1 นัดเป็นการยิงพลาดแต่ว่ากระสุนที่ยิงเข้าไปที่บริเวณลำคอนั้นฟังอยู่ตรงบริเวณลำคอตอนนี้เด็กวัย 16 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัสทางด้านกู้ภัยส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลกำลังรักษาอาการอยู่

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสันนิษฐานสาเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้ว่าเด็กชายวัย 16 ปีอาจจะเกิดจากความเครียดซึ่งในที่นี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นความเครียดเกี่ยวกับเรื่องอะไรแต่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าน่าจะเกิดจากการเรียนซึ่งอาจจะเป็นการกลัวว่าใกล้จะสอบปลายภาคแล้วกลัวจะเรียนตามเพื่อนไม่ทันจึงทำให้เครียดและคิดมากในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะจบชีวิตตนเอง 

      สำหรับเด็กชายวัย 16 ปีที่ก่อเหตุยิงตนเองนั้นปัจจุบันเรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งชั้นเรียนที่เรียนนั้นเป็นห้องคิงโดยเป็นห้องที่เรียนเก่งมากและเด็กชายเคยขอให้ผู้ปกครองย้ายตนเองไปอยู่ห้องอื่นและผู้ปกครองยังไม่ทันได้ย้ายเข้ามาก่อเหตุเสียก่อนดังนั้นสาเหตุที่สำคัญที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานได้ก็คือเด็กอาจจะเรียกเข้าห้องจริงเป็นห้องที่เก่งที่สุดในโรงเรียนดังนั้นเด็กคงกังวลใจในเรื่องของการเรียนที่ตกต่ำของตนเองและจะอับอายเพื่อนเพื่อนในห้องจึงได้ก่อเหตุฆ่าตัวตาย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ซื้อหวยฮานอยได้ที่ไหน

การทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างทนายความ

         เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จักทั้งทนายความสิทธาและนายอัจฉริยะกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมานั้นเคยมีคดีความที่เป็นคดีใหญ่โตระหว่างคนทั้งคู่เกี่ยวกับคดีหวย 30 ล้านซึ่งในครั้งนั้นทั้งทนายสิทธาและนายอัจฉริยะต่างกันร่วมมือกันในการช่วยเหลืออดีตนายตำรวจคุณลุงจรูญให้ได้หวย 30 ล้านมาไว้ในครอบครอง

ซึ่งในครั้งนั้นทั้งคู่ประกาศเป็นพี่น้องกันมีการโพสต์ไปเที่ยวและไปทำบุญร่วมกันอยู่บ่อยครั้งแต่อยู่ดีๆทั้งคู่ก็ประกาศออกมาแตกหักกันโดยเริ่มใส่ไฟกันเองว่าทนายความสิทธามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างไรทำให้นายอัจฉริยะเมื่อรู้ความจริงก็เกิดอาการทนไม่ได้ไม่สามารถจะเป็นพี่น้องร่วมสาบานต่อได้ส่วนทางด้านทนายความสิทธาเองก็ออกมาต่อว่านายอัจฉริยะเช่นเดียวกัน

เกี่ยวกับเรื่องของการเข้ามายุ่งเรื่องของหวย 30 ล้านเพราะต้องการได้รับเงินส่วนแบ่งและพอไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งตามที่ตัวเองอยากได้ก็เกิดออกมาแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้เห็นทำให้ทนายความสิทธานั้นเลือกที่จะเลิกคบกับนายอัจฉริยะซึ่งเรื่องราวของคนทั้งคู่นั้นเป็นเรื่องราวที่ทะเลาะกันรุนแรงใหญ่โตเลยทีเดียวในขณะนั้นแต่ถึงแม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว

แต่ทนายความสิทธาและนายอัจฉริยะก็ยังคงมีปัญหากันอยู่เรื่อยมาเราไม่ว่าอีกฝ่ายใดจะทำคดีเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาโจมตีถึงพฤติกรรมการทำงานของฝ่ายตรงข้ามอยู่นั่นเองจนล่าสุดที่มีข่าวเกี่ยวกับคดีเด็กหญิงชมพู่อายุเพียงแค่ 3 ขวบที่หายตัวออกจากบ้านและพบเป็นศพอีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้น 5 วันในป่าบนเขาหลังบ้านของเด็กหญิงเอง

ซึ่งแม้จะผ่านมาเกิน 60 วันแล้วแต่คดีความก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างไรเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษได้ซึ่งในครั้งนี้นาย อัจฉริยะก็ได้ออกมาติดกระแสกับเขาด้วยเช่นเดียวกันโดยนายอัจฉริยะนั้นให้ข่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองนั้นมีหลักฐานที่จะสามารถเอาตัวคนร้ายมาลงโทษได้และมีการนำรูปภาพของศพของเด็กหญิงชมพู่ออกมาเผยแพร่รวมถึงออกมาระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าตายเพราะถูกตีจนตายและมีการนำศพไปทิ้งเอาไว้ซึ่งเรื่องราวนี้กำลังเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมาก

เพราะหลายคนไม่เชื่อว่าเด็กหญิงจะถูกตีจนตายเนื่องจากลักษณะของศพนั้นไม่เข้าข่ายที่จะถูกตีจนตายนั่นเองอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ทนายความสิทธาอดทนไม่ไหวจนต้องออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะเกี่ยวกับคดีของเด็กหญิงชมพู่อีกครั้งหนึ่งโดยให้เหตุผลว่านายอัจฉริยะนำหลักฐานส่วนตัวของเด็กหญิงชมพู่มาเผยแพร่ซึ่งผิดกฎหมายเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์และอยากให้นายอัจฉริยะนำหลักฐานที่มีไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแทนที่จะมาสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองแบบนี้

เรื่องราวของนายอัจฉริยะและทนายสิทธาที่ทะเลาะกันนั้นกำลังเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปกันเป็นอย่างมากเพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำเกี่ยวกับเรื่องอะไรอีกฝ่ายหนึ่งก็มักจะฟ้องร้องและเป็นข่าวใหญ่โตอยู่ตลอดเวลานั่นเองเราคงต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วคนทั้งคู่นั้นจะสามารถตกลงและอยู่ด้วยกันอย่างสันติได้หรือไม่

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นหวยยี่กีให้ได้กำไร