แนวคิดที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล 

สวัสดี ชีวติดีๆที่กำลังจะเข้ามา! ใครที่ไม่เชื่อว่าความคิดหรือแนวคิดสามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆนะ เพราะว่าการที่เราคิดดี จะนำมาซึ่งสิ่งดีๆต่างๆที่จะเข้ามาในชีวิตได้เลยนะ เค้าเรียกว่ากฏแรงดึงดูดนั้นเอง 

เริ่มต้นวันด้วยการคิดบวก 

ตื่นเช้ามา สิ่งแรกที่จะทำเลย สูดหายใจลึกๆและบอกตัวเองว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีสำหรับคุณ และก็แค่เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการอายน้ำ แต่งตัวและมองไปที่กระจกว่าเรานั้นโชคดีจริงๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นกฏแรงดึงดูดพลังที่ดีมาสู่ชีวิตของคุณนั้นเอง และการที่เราคิดแต่เรื่องดีหรือเรื่องในแง่บวกก็จะทำให้เรานั้นมีกำลังใจในการออกไปทำงานในแต่ละวันอีกด้วยนะ 

ยิ้มแย้มแจ่มใส มีอารมณ์ที่ดี และคงที่

การที่เพื่อนๆนั้นมีอารมณ์ที่ดี หรือ หน้าที่ยิ้มแย้ม ก็จะเป็นจุดที่ทำให้ใครที่พบเจออยากเข้ามาพูดคุยและมีพลังงานดีๆ รอบตัวนั้นเอง เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีปัญหาหรือเจออะไรที่ยากต่อชีวิต พยายามยิ้มสู้เข้าไว้ ปรับตัวให้ได้ มีอารมร์ให้ดี หรือ มีอารมร์ที่คงที่ คือ ไม่เอาอารมณ์ด้านลบมาทำลายชีวิตตัวเองนั้นเอง

การพูด มีผลต่อชีวิตเช่นกัน

นอกจากความคิดด้านบวกแล้ว อีกอย่างที่จำเป็นที่จะทำให้เรามีพลังงานบวอยู่เสมอนั้นก็คือ การพูดจาที่ดี ในที่นี้หมายถึงการพูดจาไพเราะด้วย และหมายถึงการพูดแต่สิ่งดีๆ เรื่องดีๆ ไม่ด่า ว่า ใคร เราแค่ทำตัวเราเองให้ดี โดยการฝึกที่จะพูดเรื่องดีๆ มันจะเป็นกฏแรงดึงดูดให้คนที่พูดจาดีๆ มาอยู่รอบตัวเราด้วย และการที่เราได้ยินแต่เรื่องดีๆ และไม่มีเรื่องนินทา ด่า ว่า ใคร ชีวิตเราก็แจ่มใสขึ้นด้วย

ให้รางวัลกับตัวเอง 

จริงๆในที่นี่ ไม่ได้หมายถึงต้องซื้อของแพงๆ หรือ ทำอะไรที่มันฟุ่มเฟือยหรอกนะ การให้รางวัลตัวเองนั้นก็คือ ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ทำแล้วมีความสุข อย่างนั่งดูหนัง ฟังเพลง เดินเล่น หรือ อ่านหนังสือ หรือ จัดสวน ปลูกต้นไม้ การที่เราได้ทำในสิ่งที่เราชอบนั้นคือรางวัลที่ดีต่อใจของเราที่ทำให้เรามีจิตใจเบอกบาน และมีความสุขได้ง่ายๆ และพร้อมที่จะลุยไปกับทุกเรื่อง

คิดได้ พูดดีได้ และต้องทำให้ได้ 

อะไรที่เพื่อนๆหรือคุณเคยวาดฝันอยากจะทำมัน คุณแค่เริ่มลงมือทำมัน ด้วยพลังด้านบวก เพราะการเริ่มต้นด้วยการคิดดีแล้ว พูดดีแล้ว รอบๆตัวคุณจะเริ่มมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาและสุดท้ายนั้นเอง ต้องลงมือทำ ทำในสิ่งที่ดี หรือ ที่ฝันไว้ มันจะเป็นการดึงดูดความสุขในชีวิตของคุณมากขึ้นไปอีก

 

สนับสนุนโดย    ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

ที่มาชื่อของพายุนั้นมาจากไหน

หลายๆคนคงสงสัยว่าการที่มีพายุขึ้นมาบนโลกเรานั้น มักจะมีชื่อที่เปลี่ยนไปทุกครั้ง ซึ่งล่าสุดพายุที่เพิ่งผ่านพ้นไปอย่าง ซินลากู ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากดีเปรสชั่นเป็นโซนร้อย ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้นบางแห่งและตกหนักมากจนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลับในจังหวัดเลย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดเชียงใหม่

ส่วนลาสุดก็จะมีพายุที่ชื่อว่า ฮีโกส ที่เกิดขึ้นและผ่านไปไม่นาน รวมถึงพายุลูกใหม่ที่กำลังจะมาถึงที่ชื่อว่า บาหวี่ ที่ใกล้จะเคลื่อนตัวเข้ามาทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปลายสิงหาคมนี้ ซึ่งชื่อที่แตกต่างกันเหล่านี้นั้น โดยหลักการแล้วจะมีการตั้งชื่อกันตามความรุนแรงของพายุหมุนเขตร้อน เพราะพายุหมุนเขตร้อนคือ พายุที่ได้เกิดขึ้นเหนือทะเล หรือเหนือมหาสมุทรในเขตร้อน

ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยมีลักษณะที่มีลมพัดที่รุนแรงโดยจะเป็นการพัดทวนเข็มนาฬิกาเข้าหาศูนย์กลางส่วนซีกโลกใต้ และเมื่อยิ่งเข้าใกล้ศูนย์กลางความแรงก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยทั้งนี้เรื่องของชื่อก็จะมีการเรียกต่างกันไป โดยในบริเวณมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเบงกอลก็จะเรียกว่ากลุ่มพายุไซโคลน แต่ถ้าเป็นบริเวณมหาสมุทรแตแลนติกเหนือทะเลแคริบเบียน ก็จะเรียกว่าพายุเฮอร์ริเคน แตถ้าพายุนี้ไปเกิดแถบมหาสมุทรแปซิฟิคใต้และทะเลจีนใต้ ก็จะเรียกว่าพายุไต้ฝุ่น ส่วนการแบ่งระดับความรุนแรงของพายุนั้น จะแบ่งออกเป็นสามระดับ ซึ่ง

ระดับแรกคือ พายุดีเปรสชั่น ซึ่งเป็นพายุกำลังอ่อนและมีความเร็วไม่มากนัก

ระดับสองคือ พายุโซนร้อน มีความเร็วระดับปานกลาง

ระดับสามคือ พายุไต้ฝุ่นหรือเฮอร์ริเคน มีความเร็วและแรงสุด

ส่วนเรื่องของการกำหนดชื่อว่าจะใช้ชื่ออะไรในการเรียกพายุที่เกิดขึ้นจากโซนต่างๆ รวมไปถึงระดับความแรงว่าจะเรียกเป็นพายุชนิดไหน ส่วนชื่อที่ใช้ก็จะมีความแตกต่างกันไป แต่โดยมากแล้วนั้นจะเป็นการเรียกชื่อพายุเหล่านั้นเป็นการกำหนดให้ใช้ชื่อเป็นชื่อผู้หญิงซะส่วนใหญ่เพื่อลดความน่ากลัวและลดความเกรี๊ยวกราดของพายุ แต่หลังจากนั้นในปี 2522

ก็ได้มีการหารือกันใหม่ว่าควรจะมีการนำชื่อผู้ชายเข้ามาใช้ร่วมด้วย เพราะการใช้ชื่อแต่ผู้หญิงนั้นเปรียบเสมือนกับการกเปรียบเทียบว่าผู้หญิงเป็นความรุนแรงและความโหดร้าย ส่วนประเทศใดนั้นจะเป็นผู้กำหนดในการตั้งชื่อก็จะขึ้นอยู่กับพายุเหล่านั้นพัดผ่านไปที่ประเทศใดเป็นประเทศแรก จึงจะเป็นผู้ที่ตั้งชื่อก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็น่าจะทำให้หลายๆคน คลายความสงสัยกันได้บ้างแล้วว่าการตั้งชื่อพายุนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอย เว็บไหนดี

สวิสเซอร์แลนด์

สวิสเซอร์แลนด์หากพูดถึงแล้วคนส่วนมากคงจะติดตากับภาพที่สวยงามของบ้านเมืองสวิสเซอร์แลนด์นั่นเองที่รายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูงใหญ่และบ้านเมืองที่น่าอยู่ สวิสเซอร์แลนด์เป็นแระเทศที่ค่อนข้างมีความสงบสุขไม่ค่อยมีการรบหรือการบาดหมางกับชาติอื่นๆเนื่องจากเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางสูง แต่สวิสเซอร์แลนด์ก็ได้มีการเตรียมการหากโดนชาติอื่นเขามาคุกครามหรือยึดอำนาจในสวิสเซอร์แลนด์เช่นกัน

แม้สภาพบ้านเมืองของสวิสเซอร์แลนด์นั้นจะมีความเรียบร้อยและหน้าอยู่แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือการออกแบบของถนนหลายสายรวมทั้งสะพานอุโมงค์และทางเดินรถไฟภายในประเทศถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถที่จะสั่งการให้กดระเบิดทำลายทิ้งได้ในทันทีเพื่อป้องกันผู้ที่อาจจะบุกรุกและใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้หลังจากเข้าโจมตีสวิสเซอร์แลนด์ มีระเบิดฝังอยู่ในจุดต่างๆมากกว่าสามพันจุดภายในประเทศที่สามารถระเบิดได้ทันทีรวมไปถึงทางด้านข้างของภูเขาที่สามารถจุดชนวนระเบิดเพื่อให้ดินสไลด์ลงมาปิดเส้นทางถนนได้

สวิสเซอร์แลนด์ยังมียุทธวิธีทางการทหารที่ทันสมัย โดยที่จะถอนกำลังทางการทหารในเขตพื้นที่ราบและเมืองใหญ่ต่างๆให้ไปอยู่ในภูมิประเทศที่ได้เปรียบในบริเวณเทือกเขาแอลป์ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ในภูมิประเทศเทือกเขาที่สูงชันนี้ ชาวสวิสได้สร้างบังเกอร์เอาไว้มากกว่า26,000จุดโดยมีจุดที่เป็นป้อมปราการโดยมีการติดตั้งปืนยิงต่อต้านรถถัง ปืนยิงต่อต้านอากาศยานรวมทั้งค่ายปืนกล โดยจะถูกซ่อนเอาไว้ให้ดูคล้ายก้อนหินโดยป้อมนั้นจะมีทางเดินเชื่อมถึงกันเป็นอุโมงค์อยู่ใต้พื้นดินและภายในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก็มีจุดที่ว่อนปืนแบบนี้ไว้อยู่มากมายทั่วประเทศ หมายความว่าพื้นที่ทั้งหมดของประเทศคือหลุมพรางนั่นเอง สวิสเซอร์แลนด์จึงเปรียบดังปราสารทอันแข็งแกร่งที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป

สวิสเซอร์แลนด์ยังสามารถรักษาอำนาจอธิปไตยและเป็นประเทศที่เป็นกลางตลอดนะยะช่วงเวลาที่ยากลำบากของประวัติศาสตร์ยุโรป แลปัจจุบันป้อมปราการและบังเกอร์หลายแห่งที่เป็นส่วนหนึ่งจากแผน The national redoubt นั้นได้กลายมาเป็นพิพิธพันธ์และแหล่งเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ในอดีต

และในปี 2020 สวิสเซอร์แลนด์ได้มีแผนการลดกำลังทหารลงและหากมีการเกิดสงครามนิวเคลียร์เกิดขึ้น สวิสเซอร์แลนด์ก็ยังคงเป็นประเทศเดียวที่ปลอดภัยมากที่สุดในโลกเป็นเพราะว่าสวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีที่กำบังป้องกันกัมมันตรังสีของนิวเคลียร์นั่นเอง และหากมีผู้ลี้ภัยเข้ามาก็สามารถป้องกันกัมมันตรังสีได้เพียงพออยู่ดี

อาคารที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศ ถูกกฎหมายบังคับให้สร้างเป็นที่หลบภัยซึ่งสามารถป้องกันแรงระเบิดของนิวเคลียร์ขนาด12เมกะตันขนาดห่าง700เมตรได้อย่างสบายๆด้วย และที่หลบภัยที่เป็นบ้านหรือโรงพยาบาลและสถานที่สาธารณะทั่วไปรวมกันมากกว่า8.6รวมกันในประเทศ ต่อให้มีการโจมตีสวิสด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ก็มีความเป็นไปได้ว่าประชากรทุกคนจะปลอดภัยจากบังเกอร์และสามารถโจมตีกลับได้ในทันที ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ชนิดใดที่จะสามารถทำลายป้อมปราการของสวิสเซอร์แลนด์ได้อีกด้วย

 

ขอบคุณ  แทงหวยจับยี่กี   ที่ให้การสนับสนุน